Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads.
โครงงาน เรื่อง สมุนไพรครีมพอกหน้า 
บทคัดย่อ 
มะละกอสุกมีประโยชน์อีกอย่างที่สา คัญคือ ในผลสุกจะมีวิตามินเอ แคลเซียม วิตามิน...
คานา 
รายงานฉบับนี้จัดทา ขึ้นเพื่อนา เสนอโครงงาน เรื่อง สมุนไพรครีมพอกหน้าคณะผู้จัดทา โครงงานได้ศึกษาจ 
ากหนังสือ ผลไม้และ...
บทที่ 1 
บทนา 
ที่มาและความสาคัญของโครงงาน 
เนื่องจากประโยชน์ของมะละกอที่มากมายทั้งสรรพคุณทางยาและประโยชน์ของมะละกอในด้านช...
สุขภาพผิวหน้าที่ดี 
ตัวแปรควบคุม 
ปริมาณมะละกอที่ใช้ 
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 
1. ได้รับความรู้จากการทา ครีมพอกหน้าสมุนไ...
บทที่ 2 
การศึกษาเอกสารอ้างอิง 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Carica papaya L. 
ชื่อสามัญ : Papaya, Pawpaw, Tree melon 
วงศ์ : Caricac...
 เป็นยากัน หรือแก้โรคลักปิดลักเปิด โรคเลือดออกตามไรฟัน 
ใช้มะละกอสุกไม่จา กดั รับประทานเป็นผลไม้ ให้วิตามินซี 
 ราก เป็น...
บางชนิดไม่มีประโยชน์ เมื่อเรารับประทานโยเกร์ิต แบคทีเรียที่อยู่ในโยเกริ์ตจัดเป็นสิ่งแปลกปลอมของร่างกาย 
แบคทีเรียเหล่านี้จ...
4. แก้โรคกลาก และฮ่องกงฟุต จากฤทธ์ิฆ่าเชื้อรา 
5. แก้ตาอักเสบจากการติดเชื้อ เช่น เยื่อตาขาวอักเสบ กระจกตาดา อักเสบ 
6. รัก...
เนื่องจากน้า ผึ้งทา ให้เชื้อโรคฝ่อตายร่วมกบัสารอินฮิบิน หรือ ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ในน้า ผึ้ง 
มีฤทธ์ิยับยั้งและทา ลายเชื้อโ...
10- 14 กนัยายน 2553 
- จัดพิมพ์รูปเล่มโครงงาน 
และสรุปผลการปฏิบัติกจิกรรม 
บ้านเลขที่ 2 หมู่ 11 
ตา บลพรุดินนา 
อา เภอคลอง...
วิธีทดลอง 
1. นา มะละกอมาล้างให้สะอาด 
2. หั่นมะละกอเป็น 4 เหลี่ยม 
3 นา ลงไปปั่นในเครื่องปั่นน้า ผลไม้ 
4. นา โยเกริ์ต 50...
บทที่ 4 
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 
ผลการศึกษา 
จากการทา ครีมพอกหน้าสมุนไพรและได้ไปทา การทดลองผลการทดลอง 
โดยการวิเคราะห์ข้อมูล...
บทที่ 5 
สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ 
สรุปผลการศึกษา 
การศึกษาการทา ครีมพอกหน้าสมุนไพร เป็นการนา เอาสมุนไพรใกล้ตัวมาประยุ...
1. สามารถใช้สมุนไพรอื่น ๆนา มาในการนา มาเป็นครีมพอกหน้าสมุนไพร ที่ช่วยให้ใบหน้าของผู้ใช้ 
ลดฝ้า ลดสิว หรือทา ให้ใบหน้าขาวใ...
บทที่ 2 การศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง 3 
บทที่ 3 วิธีดา เนินการ 8 
บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 12 
บทที่ 5 สรุป อภิปราย และ...
8 
9 
10
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

โครงงาน เรื่อง สมุนไพรครีมพอกหน้า

36,716 views

Published on

  • Be the first to comment

โครงงาน เรื่อง สมุนไพรครีมพอกหน้า

  1. 1. โครงงาน เรื่อง สมุนไพรครีมพอกหน้า บทคัดย่อ มะละกอสุกมีประโยชน์อีกอย่างที่สา คัญคือ ในผลสุกจะมีวิตามินเอ แคลเซียม วิตามินบี1 วิตามินบี2 และสารอาหารที่สา คัญสา หรับคุณสาวๆ นั่นคือ เบต้าแคโรทีนซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีสรรพคุณ ในด้านความงามเช่น บา รุงผิวพรรณ ลดริ้วรอยกอ่นวัยอันควร ชะลอความแก่ ฯลฯนับได้ว่ามะละกอเป็นผลไม้เพื่อความงามกไ็ม่น่าจะผิด ประโยชน์ของมะละกอที่มากมายทั้งสรรพคุณทางยาและประโยชน์ของมะละกอในด้านช่วยบา รุงความงามของสต รีและให้สารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เพียงเท่านี้กท็า ให้มะละกอเป็น “ผลไม้เพื่อสุขภาพ” ได้อย่างแท้จริงสิ่งที่หาได้ง่ายภายในบ้านมาใช้ให้เป็นประโยชน์ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความสามัคคี ส่งเสริมก ารทา งานเป็นกลุ่ม กิตติกรรมประกาศ คณะผู้จัดทา ขอขอบพระคุณ ………….ได้กรุณา แนะนา ความรู้เรื่องการนา มะละกอ มาใช้ประโยชน์และขอขอบพระคุณ…………….. ที่กรุณาให้คา แนะนา ในการจัดทา โครงงาน และเป็นที่ปรึกษาโครงงาน สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ คณะผู้จัดทา โครงงานทุกคนที่ให้ความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ให้ข้อแนะนา เสนอแนะ ทา ให้ผลงานออกมาได้ คณะผู้จัดทา
  2. คานา รายงานฉบับนี้จัดทา ขึ้นเพื่อนา เสนอโครงงาน เรื่อง สมุนไพรครีมพอกหน้าคณะผู้จัดทา โครงงานได้ศึกษาจ ากหนังสือ ผลไม้และน้า ผึ้งมาผสมรวมกนัในปริมาณที่เหมาะสม จึงออกมาเป็น สมุนไพรที่ใช้เป็นครีมพอกหน้า เพื่อช่วยบา รุงผิวหน้า ให้นวลเนียน และดูอ่อนเยาว์ ด้วยความตั้งใจ สามัคคี ในการนา เสนอโครงงานชิ้นนี้ เพื่อให้ได้ประโยชน์แกผู่้ที่สนใจที่จะศึกษาหาความ รู้และสนใจในสุขภาพผิวที่ดี คณะผู้จัดทา
  3. บทที่ 1 บทนา ที่มาและความสาคัญของโครงงาน เนื่องจากประโยชน์ของมะละกอที่มากมายทั้งสรรพคุณทางยาและประโยชน์ของมะละกอในด้านช่วยบา รุ งความงามของสตรีและให้สารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เพียงเท่านี้กท็า ให้มะละกอเป็น “ผลไม้เพื่อสุขภาพ” ได้อย่างแท้จริงมะละกอสุกยังมีประโยชน์อีกอย่างที่สา คัญคือ ในผลสุกจะมีวิตามินเอ แคลเซียม วิตามินบี1 วิตามินบี2 และสารอาหารที่สา คัญสา หรับคุณสาวๆ นั่นคือ เบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีสรรพคุณ ในด้านความงามเช่น บา รุงผิวพรรณ ลดริ้วรอยกอ่นวัยอันควร ชะลอความแก่ฯลฯ นับได้ว่ามะละกอเป็นผลไม้เพื่อความงามกไ็ม่น่าจะผิด และสามารถทา ใช้เองได้ภายในครอบครัว เพื่อสุขภาพผิวที่ดี และลดรายจ่ายจากการซื้อเครื่องสา อาง ที่มีราคาแพง วัตถุประสงค์ของการการศึกษา 1. เพื่อแปรรูปสมุนไพรให้ให้ใช้ประโยชน์ด้านความงามของผิวพรรณ 2. เพื่อศึกษาครีมพอกหน้าจากสมุนไพร จากสมุนไพรใกล้ตัว สมมติฐานการศึกษา สามารถนา มะละกอแปรรูปเป็นครีมพอกหน้าสมุนไพรที่ง่ายต่อการใช้ ตัวแปรที่เกี่ยวข้อง ตัวแปรต้น มะละกอ ตัวแปรตาม
  4. สุขภาพผิวหน้าที่ดี ตัวแปรควบคุม ปริมาณมะละกอที่ใช้ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. ได้รับความรู้จากการทา ครีมพอกหน้าสมุนไพร 2. ได้รับประโยชน์จากการทา ครีมพอกหน้าสมุนไพร 3. ฝึกฝนการทา งานเป็นกลุ่ม และการทา งานอย่างเป็นระบบ ขอบเขตของการศึกษาโครงงาน ใช้กลุ่มตัวอย่าง จา นวน 7 คน ในการศึกษาทดลองใช้ ครีมพอกหน้าสมุนไพรโดยการทดลอง จา นวน 1 ครั้ง กลุ่มตัวอย่างเป็นประชากรจากการสุ่มชาวบ้านละแวกใกล้เคียง ม.11 ต.พรุดินนา อ.คลองท่อม จ.กระบี่ โดยใช้เวลา 2 วัน ติดต่อกนั เช้า เย็น การนั้นกแ็จกแบบสอบถามเพื่อ ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูล เวลาที่ใช้ในการทดลองครั้งนี้ คือ ช่วงเดือน กนัยายน 2553
  5. บทที่ 2 การศึกษาเอกสารอ้างอิง ชื่อวิทยาศาสตร์ : Carica papaya L. ชื่อสามัญ : Papaya, Pawpaw, Tree melon วงศ์ : Caricaceae ชื่ออื่น : มะกว้ยเทศ (ภาคเหนือ) หมักหุ่ง (ลาว,นครราชสีมา,เลย) ลอกอ (ภาคใต้) กล้วยลา (ยะลา) แตงต้น (สตูล) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ล้มลุก อายุหลายปี สูง 3-6 เมตร เปลือกต้นเรียบ สีน้า ตาลออกขาว ลา ต้นตรง ไม่มีแกน่ แตกกงิ่กา้นน้อย มีรอยแผลใบชัดเจน มียางขาวข้น ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับรอบต้นหนาแน่นที่ปลายยอด ใบรูปฝ่ามือ ขนาด 80-120 ซม. ขอบใบเว้าเป็นแฉกลึกถึงแกนกา้น กา้นใบเป็นหลอด กลมกลวงยาว 25-100 ซม. ดอก ดอกแยกเพศอยู่คนละต้น ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อยาวห้อยลง ดอกสีขาว กลีบดอกมี 5 กลีบ มีกลิ่นหอม ดอกเพศเมียสีขาว ออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบ ดอกมีขนาดใหญ่ กว่าดอกเพศผู้ ผล รูปกระสวย ผิวเรียบ เปลือกบาง มียางสีขาว ผลสดสีเขียวเข้ม พอสุกเปลี่ยนเป็นสีส้ม รับประทานได้ มีเมล็ดมาก เมล็ดกลม สีดา มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีขาวใส ส่วนที่ใช้ : ผลสุก ผลดิบ ยางจากผลหรือจากกา้นใบ ราก สรรพคุณ :  ผลสุก - เป็นยากนั หรือแกโ้รคเลือดออกตามไรฟัน เป็นยาระบาย  ยางจากผลดิบ - เป็นยาช่วยย่อย ฆ่าพยาธิ ราก - ขับปัสสาวะ วิธีและปริมาณที่ใช้ :  เป็นยาระบาย ใช้ผลสุกไม่จา กดัจา นวน รับประทานเป็นผลไม้ เป็นยาช่วยย่อย ก. ใช้เนื้อมะละกอดิบไม่จา กดั ประกอบอาหาร ข. ยางจากผล หรือจากกา้นใบ ใช้ 10-15 เกรน หรือถ้าเป็นตัวยาช่วยย่อยแท้ๆ ( Papain )
  6.  เป็นยากัน หรือแก้โรคลักปิดลักเปิด โรคเลือดออกตามไรฟัน ใช้มะละกอสุกไม่จา กดั รับประทานเป็นผลไม้ ให้วิตามินซี  ราก เป็นยาขับปัสสาวะ ข้อควรระวัง : สา หรับผู้ที่รับประทานมะละกอสุกติดต่อกนัเป็นจา นวนมาก เป็นเวลานาน อาจทา ให้สารมีสีพวก carotenoid ไปสะสมในร่างกายมากเกนิไป ทา ให้ผิวมีสีเหลือง สารเคมี :  ในผลมะละกอ ประกอบด้วย โปรตีน 0.5 % คาร์โบไฮเดรต 9.5 % แคลเซี่ยม 0.01 % ฟอสฟอรัส 0.01 % เหล็ก 0.4 มิลลิกรัม/100 กรัม และสารอื่นๆ อีกเล็กน้อย  ในส่วนของเนอื้มะละกอ จะมี sucrose, invert sugar papain, malic acid และเกลือของ Tartaric acid, citric  acid และ pectin จา นวนมาก (มีทั้งในผลดิบด้วย) และ pigment พวก carotenoid และวิตามินต่างๆ ยางมะละกอ มี enzyme ชื่อ papain ซึ่ง papain เป็นชื่อรวมสา หรับเรียกเอนไซม์จากน้า ยางมะละกอ ซึ่งประกอบด้วย papain 10% chymopapain 45% lysozyme 20% โยเกิร์ต โยเกริ์ตเป็นผลิตภัณฑ์นมซึ่งผ่านขบวนการหมัก ทา ให้มีรสเปรี้ยวและมีลักษณะก่งึแข็งก่งึเหลว ซึ่งมีต้นกา เนิดแถว เทือกเขาคอเคซัสของรัสเซีย ในโยเกริ์ตจะประกอบด้วยแบคทีเรียหลักๆ 2 ชนิดด้วยกนัคือ Streptococcus thermophilus และ Lactobacillus bulgaricus ซึ่งแบคทีเรียเหล่านี้จะทา ปฏิกริิยาเปลี่ยนนมให้เป็นโยเกร์ิต นอกจากนี้ในปัจจุบันยังมีการเติมแบคทีเรีย Bifido และ Lactobacillus casei ในโยเกริ์ตเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารอีกด้วย คุณค่าทางอาหารของโยเกริ์ตนั้นจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กบัปริมาณแบคทีเรียที่ยังมีชีวิตในโยเกริ์ตในขณะที่รับประทาน ดังนั้นขบวนการผลิต การบรรจุ การเกบ็ ตลอดจนการขนส่ง ล้วนแล้วแต่มีผลต่อคุณภาพของโยเกริ์ต ถึงแม้ว่าจะไม่มีมาตรฐานที่แน่นอนในการกา หนดคุณภาพของโยเกริ์ต แต่โยเกริ์ตที่ดีควรมีแบคทีเรียที่ยังมีชีวิต 100 ถึง 1000 ล้านตัวต่อปริมาณโยเกริ์ต 1 มิลลิกรัม กระเพาะอาหารจัดเป็นปราการสา คัญในการกา จัดเชื้อโรค เนื่องจากความเป็นกรดในกระเพาะสามารถฆ่าแบคที่เรียหลายๆชนิดกอ่นที่เชื้อโรคเหล่านี้จะผ่านไปยังลา ไส้ แบค ทีเรียในโยเกริ์ตกเ็ช่นเดียวกนั จะถูกทา ลายไปจา นวนหนึ่งเมื่อผ่านไปที่กระเพาะอาหาร ดังนั้นเราจึงจา เป็นต้องรับประทานโยเกริ์ตในปริมาณที่มากพอ เพื่อให้แบคที่เรียที่มีประโยชน์เหล่านี้จา นวนหนึ่งเหลือรอดผ่านไปยังลา ไส้ได้ อย่างไรกต็ามในลา ไส้เองกม็ีแบคทีเ รียมากมายหลายประเภทอาศัยอยู่ บางชนิดมีประโยชน์ต่อร่างกาย
  7. บางชนิดไม่มีประโยชน์ เมื่อเรารับประทานโยเกร์ิต แบคทีเรียที่อยู่ในโยเกริ์ตจัดเป็นสิ่งแปลกปลอมของร่างกาย แบคทีเรียเหล่านี้จึงไม่สามารถที่จะเกาะติดผนังลา ไส้ได้ ดังนั้นจึงถูกขับออกจากลา ไส้อย่างรวดเร็ว ในรูปของอุจจาระ การรับประทานโยเกริ์ตให้ได้รับประโยชน์เต็มที่นั้นต้องรับประทานเป็นประจา และต้องเป็นปริมาณที่มา กพอ เพื่อให้มีปริมาณแบคทีเรียในลา ไส้ปริมาณหนึ่ง เนื่องจากแบคทีเรียใน โยเกริ์ตจะถูกขับออกจากร่างกายในเวล าไม่นานนัก โยเกริ์ตจัดเป็นผลิตภัณฑ์ประเภท probiotics ซึ่งหมายถึงอาหารที่ประกอบด้วยจุลินทรีย์ที่ยังมีชีวิตซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เนื่องจากสามารถปรับสมดุลของเ ชื้อจุลินทรีย์ในลา ไส้ของผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์ประเภท probiotics นอกจากโยเกริ์ตแล้ว ยังได้แก่นมเปรี้ยว ผักดอง คีเฟอร์ โยเกิร์ตเป็นแหล่งของโปรตีนชั้นดี ในโยเกริ์ต 8 ออนซ์ประกอบด้วยโปรตีนประมาณ 10-14 กรัม ซึ่งเป็นปริมาณเท่ากบั 20 % ของความต้องการโปรตีนในแต่ละวัน และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างนมกบัโยเกริ์ตปริมาณเท่ากนั ในโยเกริ์ตจะมีโปรตีนปริมาณมากกว่า นอกจากโยเกริ์ตจะเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยโปรตีนแล้ว โปรตีนในโยเกริ์ตยังเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย โยเกิร์ตช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอล จากการศึกษาพบว่าโยเกริ์ตสามารถลดปริมาณคลอเลสเตอรอลได้เนื่องจากเชื้ อจุลินทรีย์ในโยเกริ์ตสามารถกา จัดคลอเลสเตอรอลได้ และทั้งนี้โยเกริ์ตกส็ามารถรวมตัวกบักรดน้า ดีซึ่งเป็นสารตั้งต้นของคลอเลสเตอรอลได้ โยเกิร์ตช่วยให้เด็กเจริญเติบโตได้ดี เนื่องจากในโยเกริ์ตเป็นแหล่งของโปรตีนที่ย่อยง่ายและกรดแลคติคในโยเกิร์ตจ ะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมแร่ธาตุเข้าผ่านลา ไส้ นา้ผงึ้ สรรพคุณของนา้ผงึ้ ฤทธิทางยา มีงานวิจัยในหลายประเทศ ยืนยันว่าน้า ผึ้งมีฤทธ์ิทางยา ดังนี้ 1. ต้านจุลชีพ (ฆ่าเชื้อโรค) เนื่องจากความเข้มข้นของน้า ผึ้ง จะมีแรงดันออสโมซิส (Osmotic Pressure) ดูดน้า จากเซลล์เชื้อโรค ทา ให้เชื้อโรคฝ่อตาย นอกจากนี้สภาพความเป็นกรด และสารบางชนิด สามารถฆ่าเชื้อโรคต่างๆ ได้ 2. แก้ท้องเดิน จากฤทธ์ิต้านจุลชีพ ประกอบกบัสารน้า ตาลซึ่งสามารถใช้แทนน้า ตาล (เป็นส่วนประกอบสา คัญของสารละลายน้า ตาล เกลือแร่ หรือโออาร์เอส ในการทดแทนสารน้า ในผู้ป่วยที่มีอาการท้องเดิน ) นอกจากนี้น้า ผึ้งยังช่วยเร่งให้ลา ไส้ที่อักเสบมีการฟื้นตัวเร็วขึ้น 3. แก้ช่องคลอดอักเสบจากเชื้อรา (เชื้อแคนดิดา) ได้ใกล้เคียงกบัยาฆ่าเชื้อราแผนปัจจุบัน
  8. 4. แก้โรคกลาก และฮ่องกงฟุต จากฤทธ์ิฆ่าเชื้อรา 5. แก้ตาอักเสบจากการติดเชื้อ เช่น เยื่อตาขาวอักเสบ กระจกตาดา อักเสบ 6. รักษาบาดแผล จากฤทธ์ิฆ่าเชื้อโรค และสรรพคุณในการลดอักเสบ และเร่งการสร้างเนื้อเยื่อใหม่น้า ผึ้งจึงใช้สมานบาดแผลชนิดต่างๆ เช่น แผลสด แผบถลอก แผลผ่าตัด ฝี แผลไฟไหม้ น้า ร้อนลวก แผลเบาหวาน แผลกดทับ (จากการนอนนาน ๆ ) แผลเรื้อรังต่างๆ เป็นต้น 7. บารุงร่างกายนักกีฬา ให้พลังงานจากสารคาร์โบไฮเดรตที่ดีแกนั่กกฬีา ทั้งกอ่นเล่น ขณะเล่น และหลังเล่นกฬีา ประโยชน์ในการรักษาโรค บา รุงร่างกาย น้า ผึ้ง 3 ช้อนโต๊ะ ผสมน้า อุ่นหรือน้า ผลไม้ เหมาะกบัผู้เบื่ออาหาร เพิ่งฟื้นไข้ ร่างกายอ่อนเพลีย น้า หนักลด ช่วงฟื้นกา ลังได้เร็วขึ้นอดนอน น้า ผึ้ง 1 – 2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้า ผลไม้ จะทา ให้รู้สึกสดชื่นมีเรี่ยวแรง เหมาะสา หรับผู้ที่เคร่งเครียดอดนอน ทา งานหนัก และอ่อนเพลียยาอายุวัฒนะ น้า ผึ้ง ½ - 1 ช้อนโต๊ะ ดื่มทุกวัน เช้า และกอ่นนอน ทา ให้สุขภาพแข็งแรงนอนไม่หลับ น้า ผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ดื่มกนิเวลาอาหารเย็น หรือกอ่นนอน ช่วยให้หลับดี เพราะองค์ประกอบ ส่วนใหญ่ของน้า ผึ้งคือน้า ตาลเมื่อร่างกายได้รับน้า ตาลทันที กจ็ะสร้างสารเคมีขึ้นมาชนิดหนึ่งในสมองซึ่งสารตัวนี้มีฤทธ์ิกล่อมประสาท ทา ให้ร่างกายสงบและหลับง่ายขึ้นไอ หลอดลมอักเสบ มีเสมหะ กระเทียม 1 –2 กลีบ น้า มะนาว ¼ ลูก เกลือเล็กน้อย พิมเสนหรือการบูร 2-3 เกล็ด น้า ผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ -ท้องอืด ท้องเฟ้อ น้า ผึ้ง ½ -1 ช้อนโต๊ะ น้า ขิงต้มเข้มข้น ½ ถ้วย เกลือเล็กน้อย ดื่มวันละ 3 เวลาหลังอาหาร -ท้องผูก น้า ผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ดื่มกอ่นนอน น้า ผึ้งใหม่ ไม่ค้างปี มีน้า ตาบฟรักโตส ซึ่งมีฤทธ์ิ เป็นยาระบายอ่อน ๆ ใช้แกอ้าการท้องผูกในเด็กและผู้สูงอายุได้ดี -เด็กปัสสาวะ น้า ผึ้ง 1 ช้อนชา ไม่ผสมน้า ดื่มกอ่นนอนทุกวัน อาการปัสสาวะรดที่นอนจะดีขึ้น และหายได้ -ท้องเสียรุนแรง น้า ผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ ผสมนมให้เด็กดื่มประจา ช่วยบรรเทาอาการอ่อนเพลียจากการถ่ายท้องรุนแรง อาเจียน เป็นลม หรือเสียเหงื่อมาก -เด็กแหวะนม น้า ผึ้ง ½ – 1 ช้อนโต๊ะ ผสมนมให้เด็กดื่มประจา จะช่วยแกอ้าการได้ เพราะในน้า ผึ้งมีน้า ย่อยนม และย่อยอาหารได้เป็นอย่างดี -กล้ามเนอื้เป็นตะคริว น้า ผึ้ง 2 ช้อนชา ดื่มทุกมื้ออาหาร อาการจะหายไปภายใน 1 สัปดาห์ เมื่อหายแล้ว ถ้าดื่มต่อไปเป็นประจา จะป้องกนัไม่ให้เป็น อีก ล้างแผล น้า ผึ้ง 1 ส่วน ผสมน้า 9 ส่วน ชะล้างแผล น้า ผึ้งมีฤทธ์ิเป็นกรดอ่อน ๆ ช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ -แผลฝีมีหนอง หัวหอมแดง 2 หัว ตา ให้ละเอียด ผสมน้า ผึ้ง พอกที่หัวฝี ทา ให้ฝีแตกเร็ว หายเร็วขึ้น -แผลเรื้อรัง ใช้น้า เกลือ หรือน้า สุก (ที่เย็นแล้ว) ล้างแผลให้สะอาด แล้วใช้สา ลีหรือผ้าพันแผลชุบน้า ผึ้งปิดบริเวณแผล จะช่วยให้มีเนื้อใหม่ขึ้นมาเร็วขึ้น
  9. เนื่องจากน้า ผึ้งทา ให้เชื้อโรคฝ่อตายร่วมกบัสารอินฮิบิน หรือ ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ในน้า ผึ้ง มีฤทธ์ิยับยั้งและทา ลายเชื้อโรคได้ -แผลไฟไหม้ ใช้น้า ผึ้งที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้วทาที่แผล ช่วยลดการหลั่งน้า เหลืองที่บาดแผล ลดอาการปวด ลดการติดเชื้อ ป้องกนัการอักเสบ -โรคกระเพาะ ดื่มน้า ผึ้ง 2 – 3 ช้อนโต๊ะ ขณะปวด ดื่ม 3 ช้อนโต๊ะ กอ่นนอนทุกคืน จะทา ให้ทุเลาอาการปวด และหายจากอาการโรคกระเพาะได้ -นา้กระสายยา ยาไทยส่วนใหญ่มักใช้น้า ผึ้งเป็นน้า กระสายยา เพื่อช่วยกลบรสยา และแต่งรส -ยาลูกกลอน ยาลูกกลอนนิยมใช้น้า ผึ้งผสมผงยา แล้วนา ไปปั้นเป็นเม็ดกลม ๆ ช่วยให้ผงยาเกาะกนัดีขึ้น จากความรู้ที่ได้มะละกอ โยเกริ์ต และ น้า ผึ้ง เมื่อผสมกนัในปริมาณที่เหมาะสมจึงสามารถนา มาใช้ประโยชน์ได้เป็นอย่างดี บทที่ 3 วิธีดา เนินการ ตารางปฏิบัติกิจกรรมโครงงาน 25 สิงหาคม 2553 – 19 กันยายน 2553 วัน/เดือน/ปี กิจกรรมที่ปฏิบัติ สถานที่ทากิจกรรม ผู้รับผิดชอบ 25 สิงหาคม 2553 - ร่วมกนั คิดหัวข้อการทา โครงงาน - ศึกษาข้อมูลและความรู้เรื่องโครงงาน จากหนังสือ ห้องเรียน สมาชิกทุกคนในกลุ่ม 3 กนัยายน 2553 - แบ่งหน้าที่ในการทา งาน ห้องเรียน สมาชิกทุกคนในกลุ่ม 6 กนัยายน 2553 - ลงมือทา ครีมพอหน้าสมุนไพร - สมาชิกในกลุ่มทดลองใช้ และ นา ไปทดลองกบักลุ่มทดลอง บ้านเลขที่ 2 หมู่ 11 ตา บลพรุดินนา อา เภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ สมาชิกทุกคนในกลุ่ม
  10. 10- 14 กนัยายน 2553 - จัดพิมพ์รูปเล่มโครงงาน และสรุปผลการปฏิบัติกจิกรรม บ้านเลขที่ 2 หมู่ 11 ตา บลพรุดินนา อา เภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ สมาชิกทุกคนในกลุ่ม เครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการศึกษา อุปกรณ์ ลาดับที่ อุปกรณ์ ปริมาณ 1. เครื่องปั่นน้า ผลไม้ 1 2. แกว้ (ขนาดกลาง) 5 ใบ 3. ช้อน (สา หรับคน) 5 คัน วัสดุ ลาดับที่ วัสดุ ปริมาณ 1. มะละกอ สุก 800 กรัม 2. โยเกริ์ต 500 กรัม 3. น้า ผึ้ง 500 กรัม วิธีทาครีมพอกหน้าสมุนไพร 1. นา มะละกอมาล้างให้สะอาด 2. หั่นมะละกอเป็น 4 เหลี่ยม 3 นา ลงไปปั่นในเครื่องปั่นน้า ผลไม้ 4. นา โยเกริ์ต 500 กรัม ลงไปปั่นในเครื่องปั่นน้า ผลไม้ 5. นา น้า ผึ้ง 500 กรัม ลงไปปั่นในเครื่องปั่นน้า ผลไม้ จนเป็นเนื้อเดียวกนั 6. เมื่อเป็นเนื้อเดียวกนัแล้ว กน็า มาพัก และใส่ในอุปกรณ์ จากนั้นกท็ดลองนา ไปใช้พอกบนใบหน้า ประมาณ 10 - 20 นาที แล้ว ล้างออกด้วยน้า สะอาด จนใบหน้าสะอาด
  11. วิธีทดลอง 1. นา มะละกอมาล้างให้สะอาด 2. หั่นมะละกอเป็น 4 เหลี่ยม 3 นา ลงไปปั่นในเครื่องปั่นน้า ผลไม้ 4. นา โยเกริ์ต 500 กรัม ลงไปปั่นในเครื่องปั่นน้า ผลไม้ 5. นา น้า ผึ้ง 500 กรัม ลงไปปั่นในเครื่องปั่นน้า ผลไม้ จนเป็นเนื้อเดียวกนั 6. เมื่อเป็นเนื้อเดียวกนัแล้ว กน็า มาพัก และใส่ในอุปกรณ์ จากนั้นกท็ดลองนา ไปใช้พอกบนใบหน้า ประมาณ 10 - 20 นาที แล้ว ล้างออกด้วยน้า สะอาด จนใบหน้าสะอาด ตารางปฏิบัติกิจกรรมทดลอง บันทึกการทดลอง วัน/เดือน/ปี กิจกรรมที่ปฎิบัติ สถานที่ทากิจกรรม ผู้รับผิดชอบ 10 กนัยายน 2553 - นา ครีมพอกหน้าไปทดลองกบักลุ่มทดลองซึ่งมีจา นวน 7 คน โดยกลุ่มทดลอง เป็นประชากรจาก หมู่ที่ 11 ต.พรุดินนา อ.คลองท่อม จ.กระบี่ โดยใช้ครีมพอกหน้าสมุนไพร เป็นจา นวน 2 วัน และกลุ่มผู้ทดลองได้ใช้แบบสอบถามความพึงพอใจกบักลุ่มทดลอง หมู่ 11 ตา บลพรุดินนา อา เภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ สมาชิกทุกคนในกลุ่ม
  12. บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการศึกษา จากการทา ครีมพอกหน้าสมุนไพรและได้ไปทา การทดลองผลการทดลอง โดยการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถาม ผล ปรากฏว่า ในการทดลอง จากผู้ใช้ จา นวน 7 คน เป็นเวลา 2 วัน มีความพึงพอใจ และชอบ ในเรื่อง สี กลิ่น และคุณสมบัติที่ช่วยทา ให้ใบหน้านิ่มนวลและไม่แห้งกร้าน ของ ครีมพอกหน้าสมุนไพร รวมทั้ง มีความพึงพอใจหลังจากการทดลองใช้ครีมพอกหน้า โยได้สอบถามส่วนผสม และวิธีการทา ครีมสมุนไพรพอกหน้า รวมทั้งได้มีความรู้เกยี่วกบัสรรพคุณของมะละกอ น้า ผึ้ง และโยเกริ์ต และ วิธีการทา ครีมสมุนไพร ไว้ใช้เองได้
  13. บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ สรุปผลการศึกษา การศึกษาการทา ครีมพอกหน้าสมุนไพร เป็นการนา เอาสมุนไพรใกล้ตัวมาประยุกต์ใช้ให้เกดิประโยชน์ สามารถนา มาใช้ได้จริงในชีวิตประจา วัน อภิปรายผล จากการทา ครีมพอกหน้าสมุนไพรและได้ไปทา การทดลองผลการทดลอง โดยการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถาม ผล ปรากฏว่า ในการทดลอง จากผู้ใช้ จา นวน 7 คน เป็นเวลา 2 วัน มีความพึงพอใจ และชอบ ในเรื่อง สี กลิ่น และคุณสมบัติที่ช่วยทา ให้ใบหน้านิ่มนวลและไม่แห้งกร้าน ของ ครีมพอกหน้าสมุนไพร รวมทั้ง มีความพึงพอใจหลังจากการทดลองใช้ครีมพอกหน้า โยได้สอบถามส่วนผสม และวิธีการทา ครีมสมุนไพรพอกหน้า รวมทั้งได้มีความรู้เกยี่วกบัสรรพคุณของมะละกอ น้า ผึ้ง และโยเกริ์ต และ วิธีการทา ครีมสมุนไพร ไว้ใช้เองได้ว่า ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถทา ได้เอง เพราะว่าสรรพคุณของสมุนไพร ที่อยู่ใกล้ตัว สามารถนา มาใช้ประโยชน์ ได้ดี และมีราคาไม่แพง ข้อเสนอแนะ
  14. 1. สามารถใช้สมุนไพรอื่น ๆนา มาในการนา มาเป็นครีมพอกหน้าสมุนไพร ที่ช่วยให้ใบหน้าของผู้ใช้ ลดฝ้า ลดสิว หรือทา ให้ใบหน้าขาวใสและอื่น ๆได้ การนา ไปใช้และเผยแพร่ 1. นา ครีมพอหน้าสมุนไพรที่ช่วยในใบหน้าเนียนนุ่ม ชมุ่ชื้น ไม่แห้งกร้าน ไปใช้ในตนเองครอบครัว และญาติพี่น้อง หรือ ผู้คนในชุมชน ได้ใช้ของที่มาจากธรรมชาติ โดยสมุนเหล่านี้จะส่งผลที่ดีต่อสุขภาพของผู้ใช้ สารบัญ หน้า คา นา ก สารบัญ ข สารบัญตาราง ค สารบัญรูปภาพ ง กติติกรรมประกาศ จ บทคัดย่อ ฉ บทที่ 1 บทนา 1 ที่มาและความสา คัญของโครงงาน 1 วัตถุประสงค์ในการศึกษาโครงงาน 1 สมมุติฐานของการศึกษาโครงงาน 1 ตัวแปรที่เกยี่วข้อง 1 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 2 ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้าโครงงาน 2
  15. บทที่ 2 การศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง 3 บทที่ 3 วิธีดา เนินการ 8 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 12 บทที่ 5 สรุป อภิปราย และ ข้อเสนอแนะ 13 บรรณานุกรม สารบัญตาราง ตารางที่ 1 2 3 สารบัญตารางภาพ ภาพที่ 1 2 3 4 5 6 7
  16. 8 9 10
Relativity Group mmgp

asiapacificgasoil.com

T-Bitbot скам

×